รายชื่อนักแสดง
เก็จมณี วรรธนะสิน รับบทเป็น เอื้องจันทร์
พิชญา ศรีเทพย์ รับบทเป็น สายไหม
อลงกรณ์ ต้นหนองดู่ รับบทเป็น พรรษา
สถาพร นาควิลัย รับบทเป็น วรุณ (หลวงพ่อ)
อรัญญา นามวงษ์ รับบทเป็น แม่เลี้ยงสายคำ
จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ รับบทเป็น ขวัญเมือง
เมย์ เฟื่องอารมย์ รับบทเป็น เดือนวาด
สินิทรา บุญยศักดิ์ รับบทเป็น พิมพ์ดาว
ชุติมา นัยนา รับบทเป็น มาลัย
กริช หิรัญพฤกษ์ รับบทเป็น เรวัติ
เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ รับบทเป็น ติ่มชำ
ถั่วแระ เชิญยิ้ม รับบทเป็น อุ๊ยทา
ดี๋ ดอกสะเดา รับบทเป็น ดาบสนิท
ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบทเป็น บุญตา
ด.ข. ปดลเดช กมลาศัยกุล รับบทเป็น จุ่น
เรื่องย่อ
พ.ศ. 2532 คุ้มสายดำ จ. เชียงใหม่ แม่เลี้ยงสายดำ (อรัญญา นามวงศ์) เจ้าของธุรกิจทอผ้าไหมผู้มั่งคั่ง ได้จัดงานเลี้ยงขันโตกเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของตน โยในงานมีการแสดงฟ้อนเล็บซึ่งหนึ่งในช่างฟ้อน คือ เอื้องจันทร์ (เก็จมณี วรรธนะสิน) สาวงามที่หนุ่มๆหมายปอง รวมทั้ง ขวัญเมือง (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) สามีของเดือนวาด (เมย์ เฟื่องอารมย์) ลูกสาวคนโตของแม่เลี้ยง ส่วนพิมพ์ดาว (สินิทรา บุญยศักดิ์) ลูกสาวคนเล็กของแม่เลี้ยงสายดำมีคู่หมายแล้ว คือ วรุณ (สถาพร นาควิลัย) พ่อเลี้ยงหนุ่มรูปงาม ซึ่งแม่เลี้ยงสายคำตั้งใจจะประกาศการแต่งงานของสองคนในงานเลี้ยงนี้ แต่วรุณกลับสารภาพว่า เขารักอยู่กับเอื้องจันทร์ ทำให้แม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาวโกรธมาก ในคืนนั้นวรุณแอบนัดกับเอื้องจันทร์เพื่อจะหนีตามกันไป โดยให้จุ่น (ด.ช.ปดลเดช กมลาศัยกุล) ลูกสาวของมาลัย (ชุติมา นัยนา) ช่างทอผ้าเพื่อนของเอื้องจันทร์มาบอกให้เอื้องจันทร์ไปรอที่โรงทอผ้าไหม เอื้องจันทร์รีบไปตามนัด แต่แล้วจู่ๆเธอก็โดนทุบศรีษะ จนหมดสติ คนที่ทำร้ายเธอคือแม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาว ทั้งสองนำร่างของเอื้องจันทร์ไปกลางป่าเพื่อฆ่าทิ้ง โชคดีเอื้องจันทร์ได้สติหนีรอดมาได้ แต่ก็มาเจอขวัญเมืองฉวยโอกาสจะปลุกปล้ำอีก เอื้องจันทร์เลยต้องหนีลงไปหลบในหีบเก็บผ้าโบราณ ขณะที่ขวัญเมืองกำลังจะเจอเอื้องจันทร์ เดือนวาดที่ตามหาขวัญเมืองอยู่ก็เข้ามาขัดจังหวะ ทำให้เดือนวาดเห็นพิรุธที่หีบเก็บผ้าใบใหญ่ พอรู้ว่าเอื้องจันทร์ซ่อนอยู่ในนั้นก็คิดว่าเอื้องจันทร์ต้องแอบลักลอบมาพบกับขวัญเมืองสามีเธอแน่ๆ เลยแกล้งลั่นกุญแจปิดตาย เอื้องจันทร์ตกใจมากเธอจ้องขอความช่วยเหลือสุดเสียงแต่ไม่มีใครได้ยิน เดือนวาดสั่งให้ บุญตา (ทองขาว ภัทรโชคชัย) คนสนิทขนหีบไปทิ้งบึงน้ำหลังบ้าน ระหว่างที่กำลังขน จุ่นมาเห็นเหตุการณ์จึงร้องให้คนช่วย เดือนวาดเลยสั่งให้บุญตาฆ่าจุ่นแล้วทิ้งศพลงในบึงน้ำ ส่วนเอื้องจันทร์ก็โดนเดือนวาดและพิมพ์ดาวจับกดลงไปในหีบ เอื้องจันทร์ต่อสู้สุดชีวิต แต่ก็สู้แรงสองพี่น้องไม่ไหว ในที่สุดเอื้องจันทร์ก็โดนจับขังในหีบ แต่เฮือกสุดท้ายเอื้องจันทร์คว้าสร้อยทับทิมของเดือนวาดติดมือไปด้วย เดือนวาดสั่งให้บุญตาผลักหีบลงน้ำ เอื้องจันทร์จึงขาดใจตายอยู่ในหีบอย่างทรมาน ส่วนวรุณก็โดนลอบทำร้ายจนหมดสติ เมื่อตื่นขึ้นมาก็ไม่พบเอื้องจันทร์แล้ว แม่เลี้ยงสายคำและพิมพ์ดาวเลยใส่ความว่าเอื้องจันทร์หนีตามผู้ชายไป วรุณเสียใจมากและหายหน้าไปด้วยความตรอมใจ
ส่วนมาลัยแม่ของจุ่นก็โศกเศร้าเสียใจที่ลูกชายตายไปจนกลายเป็นคนเสียสติ เรื่องราวในคืนนั้นจึงกลายเป็นความลับดำมืดที่ไม่มีใครรู้ว่าเอื้องจันทร์หายไปไหน มีเพียง อุ๊ยทา (ถั่วเระ เชิญยิ้ม) ชายแก่ขี้เมาคนเฝ้าโรงทอผ้าไหมที่เป็นคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าปริปากบอกใคร
หลังเหตุการณ์คืนนั้น แม่เลี้ยงสายคำก็ปิดตายโรงงานทอผ้าไหม แล้วย้ายครอบครัวลงไปทำธุรกิจที่กรุงเทพฯ
พ.ศ. 2550 กรุงเทพฯ สายไหม (พิชญา ศรีเทพย์) ลูกสาวของขวัญเมืองและเดือนวาดที่เพิ่งเรียนจบ เธอเป็นสาวสมัยใหม่ที่มั่นใจในตัวเอง และต้องการจะทำธุรกิจโฮมสเตย์ที่คุ้มสายคำเรือนไทยเก่าแก่ของครอบครัว ซึ่งทุกคนในบ้านต่างพากันคัดค้าน แต่สายไหมก็รั้นไม่ยอมฟัง เธอเลยชวน เติ่มซำ (เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์) เพื่อนสนิทขึ้นไปดูสสถานที่ที่เชียงใหม่
ระหว่างเดินทางสายไหมได้พบกับ พรรษา (อลงกรณ์ ต้นหนองตู่) นายตำรวจหนุ่มที่เพิ่งย้ายมารับราชการที่เชียงใหม่ พรรษาประทับใจตัวสายไหมทันที เมื่อถึงคุ้มสายคำ สายไหมและติ๋มซำได้พบกับ อุ๊ยทา คนดูแลคุ้มที่ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง และมาลัยหญิงบ้าที่อุ๊ยทาต้องดูแล บรรยากาศในคุ้มดูวังเวงน่ากลัวจนติ๋มซำอยากจะหนีกลับ แต่สายไหมยืนยันว่าจะปรับปรุงบ้านและโรงงานผ้าไหมเก่าแก่ให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิปให้ได้ กลางดึกคืนนั้น สายไหมฝันเห็นเด็กมากวักมือเรียกให้ตามไปที่บึงน้ำหลังบ้าน เด็กคนนั้นชวนเธอพายเรือออกไปกลางน้ำ แต่ก่อนที่สายไหมจะลงเรือ เกิดได้ยินเสียงกรี๊ดลั่นของติ๋มซำซะก่อน สายไหมเลยรีบวิ่งกลับบ้านไปหาติ๋มซำ ติ๋มซำละล่ำละลักบอกว่าได้ยินเสียงต่างๆมากมายในฝันทั้งเสียงกลอง เสียงกี่ทอผ้าที่ขยับโครมคราม เสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือเป็นภาษาคำเมือง สายไหมเลยปลอบใจว่า ติ๋มซำ คิดฟุ้งซ่านไปเอง วันรุ่งขึ้น เรวัติ (กริช หิรัญพฤกษ์) พ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้าของโรงแรมได้ข่าวว่าสายไหมจะมาพัฒนาคุ้มสายคำและโรงทอผ้าไหมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เขาจึงมาหาและทำเป็นชื่นชมในความคิดของเธอ แต่ความจริงเรวัติอยากจะเป็นเจ้าของคุ้มสายคำมากกว่า แต่ระหว่างที่สายไหมและเรวัติกำลังเดินดูโรงงานทอผ้าด้วยกัน จู่ๆเธอก็หลงเข้าไปในห้องเก็บผ้าโบราณ สายไหมลองเปิดดูแล้วเกิดเหตุการณ์ประหลาดคล้ายถูกผลักลงไปในหีบ แล้วสายไหมก็ติดอยู่ในนั้นไม่สามารถออกมาได้ พรรษามาที่คุ้มสายคำเพราะนัดกับติ๋มซำ เพื่อแลกกระเป๋าเดินทางที่สลับกันที่สนามบิน ทำให้รู้เรื่องที่สายไหมหายตัวไป เลยช่วยกันออกตามหา แล้วพรรษาก็ช่วยสายไหมออกมาได้ทันก่อนที่เธอจะเป็นอันตราย
คืนต่อมาสายไหมได้พบกับเด็กชายอีกครั้ง เด็กพายเรือพาสายไหมออกไปกลางน้ำแล้วจู่ๆ เรือก็คว่ำ เด็กจมน้ำหายไป สายไหมรีบกระโดดลงน้ำตามไปช่วย แต่เด็กกลีบดึงสายไหมลงไปใต้น้ำ เธอพยายามดิ้นรนจะเกือบจะหมดสติ แต่จู่ๆเด็กกลับปล่อยร่างของเธอลอยขึ้นมา พอสายไหมรอดมาได้ก็ไปคาดคั้นจนอ๊าทาต้องเล่าความจริงให้ฟังว่า เด็กคนนั้นคือ ซื่อจุ่น เป็นลูกชายของมาลัยที่หายไปตั้งแต่ยังเด็กมีคนเห็นวิญญาณจุ่นแถวบึงน้ำบ่อยๆ เชื่อกันว่าจุ่นคงไปเล่นซนแล้วตกน้ำตายโดยไม่มีใครรู้ ติ๋มซำกลัวจนสติแตกรีบเก็บของจะกลับกรุงเทพให้ได้ แต่สายไหมมั่นใจว่าจุ่นไม่ได้คิดจะทำร้ายเธอ แต่ต้องการให้เธอลงไปใต้น้ำเพื่อเหตุผลอะไรบางอย่าง สายไหมจึงขอให้พรรษามาช่วยเธอค้นหาความจริง พรรษาชวนดาบสนิท (ดี๋ ดอกสะเดา) นายตำรวจคู่หู มาช่วยกันค้นหาบางอย่างใต้บึงน้ำ แล้วพรรษาก็เจอหีบไม้ขนาดใหญ่จมอยู่ใต้โคลนก้นบึง ซึ่งมีลักษณะของหีบเหมือนกับหีบใส่ผ้าโบราณในโรงทอผ้าไหม แต่ฝาหีบถูกปิดล๊อคไว้อย่างแน่นหนา พอเปิดหีบออกทุกคนก็ตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อพบว่าในหีบคือร่างของหญิงสาวในชุดฟ้อนเล็บ ศพนั้นเน่าเปื่อยจนหมดสภาพ เหลือสิ่งที่เป็นหลักฐานคือชุดผ้าไหม เล็บที่ทำจากทองเหลือง และทับทิมสยามเม็ดงามตกอยู่ก้นหีบ ในเมื่อสภาพการณ์บ่งชัดว่าเป็นการฆาตรกรรม พรรษาจึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาขอเก็บหีบเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน รวมทั้งทับทิมเม็ดนั้น เพราะเป็นไปได้ว่าอาจเป็นของฆาตรกร ข่าวลือแพร่สะพัดออกไปชาวบ้านต่างเชื่อกันว่าศพในหีบคือผีแม่หญิงเอื้องจันทร์ ประกอบกับมีคนเห็นผีสาวในชุดฟ้อนเล็บ มวยผมสูง หน้าขาวซีด สวมเล็บสีทองออกอาละวาดหลอกผู้คนจนเป็นข่าวลงหนังสือพิมพ์ ทำเอาชาวบ้านหวาดกลัวกันไปใหญ่ เรวัติเห็นเป็นโอกาสดี เลยเสนอซื้อคุ้มสายคำต่อจากสายไหมทันที ติ๋มซำเลยช่วยเรวัติกล่อมให้สายไหมขายบ้านและที่ดินเพื่อจะได้กลับกรุงเทพ แต่สายไหมและพรรษารู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงคอยสังเกตการณ์ จนในที่สุดก็จับสาวชาวบ้านที่ปลอมเป็นผีเอื้องจันทร์ได้ หญิงคนนั้นสารภาพว่าเรวัติเป็นคนจ้าง ฝ่ายเรวัติพอรู้ว่าโนจับได้ ก็รีบไปทำลายหลักฐานด้วยการเผาหีบเอื้องจันทร์ทันที แต่เรวัติกลับโดนอิทธิฤทธิ์ผีเอื้องจันทร์ทำร้ายจนตาย ด้านสายไหมก็เริ่มโดนผีเอื้องจันทร์ทำร้ายด้วยวิธีต่างๆ พอเดือนวาดรู้เรื่องผีเอื้องจันทร์มาทำร้ายสายไหม เธอก็สั่งให้บุญตาหาวิธีปราบจนสำเร็จด้วยการสะกดวิญญาณแล้วเผาทำลายหีบ ทุกคนโล่งใจที่กำจัดผีเอื้องจันทร์ได้ แต่หารู้ไม่ว่าวิญญาณของเอื้องจันทร์ได้เข้าสิงสู่ร่างของสายไหมเรียบร้อยแล้ว
พรรษาที่กลับกรุงเทพไปกราบหลวงพ่อวรุณที่รับอุปการะเขาตั้งแต่เด็ก และบังเอิญเล่าเรื่องที่คุ้มสายคำให้หลวงพ่อฟัง จึงได้รู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับเอื้องจันทร์ ทำให้พรรษาเชื่อว่าคนในครอบครัวของสายไหมน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของเอื่องจันทร์ และเขาต้องสืบหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้ก่อนที่สายไหมจะเป็นอันตรายมากกว่านี้
อาทิตย์ต่อมาในงานเดินแฟชั่นผ้าไหมประจำปีของบริษัท ผ้าไหมสายคำ ที่โรงแรมหรู สายไหมกับติ๋มซำเป็นคนจัดงานนี้ งานแฟชั่นโชว์ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนมาถึงโชว์พิเศษที่ติ๋มซำเตรียมไว้ แต่แล้วจู่ๆทุกคนก็ต้องช้อคเมื่อมีเสียงกลองดังก้องกังวานจนแสบหู มีแสงสว่างจ้าที่กลางเวที ซ้ำร้ายยังมีหีบผ้าไหมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคนในงาน สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อฝาหีบเปิดออก ร่างของช่างฟ้อนคนหนึ่งค่อยๆก้าวออกจากหีบ ทุกคนตกใจมากที่ช่างฟ้อนคนนั้นคือสายไหม ซึ่งนั่นหมายความว่าเอื้องจันทร์ได้ยึดร่างของสายไหม เพื่อจะได้แก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายเธออย่างสาสม แล้วจะมีใครบ้างที่ต้องสังเวยความแค้นนี้ด้วยชีวิต? แล้วพรรษาจะช่วยชีวิตสายไหมให้รอดจากเงื้อมมือของเอื้องจันทร์ได้หรือไม่? ตามลุ้นได้ในละคร หีบหลอนซ่อนวิญญาณ ทุกวันจันทร์ พฤหัสบดี หลังข่าวช่อง 5 เริ่มวันแรกพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคมนี้


ขอบคุณข้อมูลจากช่อง 5